น้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง กรมชลประทานแจ้งเตือนเจ้าพระยาฉบับที่ 2 เตรียมระบายน้ำท้ายเขื่อน 700-1,000 ลบ.ม./วินาที กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ

0
78791

เมื่อวันที่ (18 กันยายน 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พบว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องปรับแผนการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่จะไหลลงมา

จากข้อมูล ณ เวลา 06.00 น. สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 963 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) และจากการวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า พบว่า ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าในวันที่ 27 กันยายน 2569 จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100-1,250 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับคาดว่าจะมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาไหลมาสมทบประมาณ 50-100 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มอยู่ที่ประมาณ 1,150-1,350 ลบ.ม./วินาที

จากแนวโน้มดังกล่าว กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 700-1,000 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนและรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน โดยจะพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์และปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60-1.50 เมตร ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำยังไม่ส่งผลกระทบ ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,000 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะแจ้งสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้ทราบต่อไป

กรมชลประทาน ติดตาม และควบคุมปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมบริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะปริมาณน้ำท่า สถานการณ์ฝน และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดน้ำ รวมถึงผลการคาดการณ์จากแบบจำลองอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์และปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม พร้อมทั้งลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตรให้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้แจ้งสถานการณ์น้ำและแนวโน้มการระบายน้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเปลี่ยนแปลง โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบโดยเร็วหากมีการเปลี่ยนแปลง