กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า ชาวนาในพื้นที่ตำบลหลุ่งตะเคียน อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ต้นข้าวเริ่มขาดน้ำและพื้นดินแห้งแตกระแหง สร้างความกังวลว่าอาจกระทบต่อผลผลิต หากยังไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ตำบลหลุ่งตะเคียนเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำลำฉมวก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานนครราชสีมา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกัก 14.9 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ ส่วนแปลงนาข้าวที่ปรากฏในคลิปและประสบปัญหาขาดน้ำ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งเกษตรกรอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เมื่อเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง จึงทำให้ความชื้นในดินลดลงและส่งผลกระทบต่อต้นข้าวตามที่ปรากฏ
สำหรับพื้นที่อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีลำน้ำมูลไหลผ่าน และมีฝายยางบ้านนางโทอยู่ในความดูแลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลกลาง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักบริเวณหน้าฝาย 3.9 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 90 ของความจุ ส่วนกรณีพบสันดอนทรายบริเวณเหนือฝายและท้ายฝาย เกิดจากการพัดพาตะกอนทรายตามธรรมชาติของลำน้ำมูลในช่วงต้นฤดูฝน ประกอบกับระยะนี้จังหวัดนครราชสีมามีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลตามธรรมชาติลดลงกว่าปกติ จึงทำให้มองเห็นสันดอนทรายได้ชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 293 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 33 ของความจุ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง 111 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 35 อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 39 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 25 อ่างเก็บน้ำลำแชะ 96 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 35 และอ่างเก็บน้ำมูลบน 46 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 33 ของความจุ
จากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประกอบกับช่วงกลางเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำหลากและยังมีโอกาสที่จะมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม กรมชลประทานประเมินว่า มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งปี 2569/2570
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 8 ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้บริหารจัดการน้ำอย่างประณีตและรอบคอบ โดยจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการเก็บกักน้ำในช่วงที่ยังมีโอกาสรับน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนมีปริมาณน้ำต้นทุนสำรองไว้ให้มากที่สุด สำหรับรองรับการอุปโภคบริโภคและกิจกรรมการใช้น้ำที่จำเป็นในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

























