กรมชลประทาน วางแนวทางบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หวังลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้าย ย้ำทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่าอย่างใกล้ชิด หากมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นหรือจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ ต้องแจ้งเตือนพื้นที่ให้ทราบล่วงหน้า
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้วางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ไว้ 3 แนวทางด้วยกัน
1. ทยอยยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เบื้องต้นไม่เกิน +16.80 เมตร รทก.เพื่อช่วยชะลอน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนที่อาจเกิดขึ้นเร็วเกินไป ประกอบกับมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ในการชะลอน้ำไว้เป็นการชั่วคราว ทำให้ระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะควบคุมและยกระดับน้ำเท่าที่จำเป็น เบื้องต้นให้รักษาระดับด้านเหนือเขื่อนไม่ให้เกิน +16.80 เมตร รทก. แต่หากปริมาณน้ำและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น หรือประเมินแล้วมีแนวโน้มว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนจะเกิน +16.80 เมตร รทก. สำนักงานชลประทานที่ 12 จะออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนให้ทราบต่อไป
2. รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งอย่างเต็มศักยภาพ
กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพของระบบ เพื่อช่วยเกลี่ยและกระจายปริมาณน้ำ ปัจจุบัน (21 ก.ย. 69) สามารถรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวมประมาณ 450 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที โดยขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตในพื้นที่ทุ่งลุ่มต่ำ เพื่อเตรียมพื้นที่ไว้รองรับและบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จะติดตามเฝ้าระวังปริมาณฝนและผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำฝน – น้ำท่าในพื้นที่ลดลง จะพิจารณาเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบตามความเหมาะสม
3. ทยอยระบายน้ำส่วนที่เหลือผ่านเขื่อนเจ้าพระยา
สำหรับปริมาณน้ำส่วนที่เหลือ กรมชลประทาน จะทยอยระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยปัจจุบันได้แจ้งเตือนพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนให้เฝ้าระวังการระบายน้ำในอัตราประมาณ 1,300 ลบ.ม./ต่อวินาที และจากการประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น อาจมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำในระยะต่อไป ซึ่งจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมจัดทำหนังสือแจ้งเตือนพื้นที่ด้านท้ายเป็นระยะ เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำฝน – น้ำท่าอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำโดยพิจารณาจากข้อมูลรอบด้าน ทั้งการคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนจากแบบจำลอง การติดตามปริมาณน้ำฝน – น้ำท่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและอาคารชลประทาน การลดผลกระทบจากอุทกภัย ตลอดจนการรักษาน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงนี้
เครดิตข่าว ภาพ : สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน
ข้อมูล : สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท


























