มกอช. ครบ 24 ปี ชู “จากปลอดภัยสู่ยั่งยืน” ยกระดับมาตรฐานเกษตรไทย ลดการเผา ลด PM2.5 เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก

0
79267

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ก้าวสู่ปีที่ 24 เดินหน้ายกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารไทย ภายใต้แนวคิด “จากปลอดภัยสู่ยั่งยืน” มุ่งพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แก้ปัญหาการเผาในภาคเกษตร พร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดโลก

นางสาวอิงอร ปัญญากิจ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งพัฒนาระบบมาตรฐานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ภายใต้แนวคิด “มาตรฐานสู่ความยั่งยืน” (Standards for Sustainability) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน การบังคับใช้กฎหมาย และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสทางการค้าให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา มกอช. มุ่งวางรากฐานระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการนำมาตรฐานไปใช้ในกระบวนการผลิต พัฒนาระบบตรวจสอบและรับรองมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งการพัฒนาหน่วยรับรองและห้องปฏิบัติการ ตลอดจนปรับปรุงบริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการผ่านระบบ CAB Services เพื่อช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงาน เพิ่มความสะดวกในการขอรับบริการ และยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิต

ปัจจุบัน มกอช. เดินหน้าบังคับใช้มาตรฐานสินค้าเกษตรที่มีกฎหมายกำหนด รวม 9 รายการ ควบคู่กับการปราบปรามสินค้าเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานและการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับปรุงกระบวนการดำเนินคดีให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และรักษาความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรไทย

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบการทำงานให้ทันสมัย โดยมีระบบ QR Trace on Cloud สำหรับตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นตลอดกระบวนการผลิตและจำหน่าย ขณะที่ระบบ ACFS E-Learning เปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าถึงความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วนระบบ TASK Line ได้รับการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ในรูปแบบ One Submission หรือการลงทะเบียนจุดเดียว ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและเอกสาร เพิ่มความสะดวกในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการให้บริการภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป มกอช. จะเร่งขับเคลื่อนมาตรฐานการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาคการเกษตรไทยปรับตัวได้ทันต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการผลิตที่ลดการเผา และพัฒนากลไกสนับสนุนการตรวจประเมินและทวนสอบการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านหน่วยตรวจรับรองภาคเอกชน เพื่อรองรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถพัฒนาระบบการผลิตที่ช่วยกักเก็บคาร์บอน ต่อยอดสู่การสร้างรายได้จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตในอนาคต

ขณะเดียวกัน มกอช. ได้ผลักดันมาตรฐานการผลิตพืชปลอดการเผา โดยจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มกษ. 9074-2568 การผลิตพืชโดยปลอดการเผา และ มกษ. 4402-2568 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต ลดการเผาในพื้นที่เกษตร บรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ มกอช. ให้ความสำคัญกับการประสานงานด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ระหว่างไทยกับจีน ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคด้าน SPS (JTC-SPS) เพื่อแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคในการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตร ตลอดจนสนับสนุนการเจรจาในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย

แม้มาตรฐานสินค้าเกษตรไทยจะได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น แต่ผู้ส่งออกยังต้องเผชิญกับมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ มกอช. จึงพร้อมทำหน้าที่ประสานงานและเจรจากับประเทศคู่ค้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยสามารถเข้าสู่ตลาดเป้าหมายได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด ลดอุปสรรคทางการค้า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ในส่วนของการอำนวยความสะดวกด้านการส่งออก มกอช. ได้ดำเนินงานผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำนวยความสะดวกการส่งออกทุเรียนและผลไม้ตามมาตรฐาน มกษ. 9070-2566 ซึ่งให้บริการแบบครบวงจร เพื่อให้กระบวนการส่งออกเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใส พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัยของประเทศคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการยกระดับมาตรฐานในภาคการผลิตแล้ว มกอช. ยังให้ความสำคัญกับการส่งต่อคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหารไปถึงผู้บริโภค ผ่านโครงการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานกับแหล่งจำหน่ายและผู้ใช้วัตถุดิบ ได้แก่ โครงการรับรองสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน Organic Thailand โครงการร้านอาหารเลือกใช้วัตถุดิบปลอดภัย (Q Restaurant) โครงการโรงเรียนอาหารปลอดภัย (Q Canteen) โครงการโรงพยาบาลวัตถุดิบสินค้าเกษตรปลอดภัย (Q Hospital) โครงการตรวจรับรองสถานที่จำหน่ายสินค้าที่ได้รับมาตรฐานประเภทโมเดิร์นเทรด (Q Modern Trade) และโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า Q (Q Market)

โครงการเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงมาตรฐานสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ไปจนถึงผู้บริโภค โดยมุ่งให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้น พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านหลักการ 3F ได้แก่ Food Safety หรือความปลอดภัยทางอาหาร Food Security หรือความมั่นคงทางอาหาร และ Food Sustainability หรือความยั่งยืนทางอาหาร

นางสาวอิงอรกล่าวเพิ่มเติมว่า การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกทำให้ประเด็นด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้า การปฏิบัติตามมาตรฐานจึงเป็นการลงทุนที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด และอาจเป็นเงื่อนไขจำเป็นต่อการจำหน่ายสินค้าในบางตลาด

มกอช. จึงขอให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเร่งปรับตัว นำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในการผลิตและประกอบธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมรับมือกับกฎระเบียบและข้อกำหนดทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

“มาตรฐานสู่ความยั่งยืน” จึงเป็นแนวทางสำคัญในการต่อยอดรากฐานตลอด 24 ปีของ มกอช. สู่การพัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารไทยให้เข้มแข็ง ทันสมัย และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมุ่งให้มาตรฐานเป็นทั้งเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสทางการค้า และสนับสนุนให้ภาคการเกษตรไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในเวทีโลก