มกอช. ชูนวัตกรรม “ระบบสารสนเทศมาตรฐานบังคับ” เชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรครบวงจร เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ใช้ข้อมูลมาตรฐานประกอบการตัดสินใจ ยกระดับสินค้าเกษตรสู่มูลค่าสูง ภายใต้นโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้

ความโดดเด่นของระบบใหม่นี้อยู่ที่การนำเทคโนโลยี Business Intelligence (BI) และระบบสารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ (GIS) มาใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้ออกมาในรูปแบบของ Dashboard และแผนที่แสดงการกระจายตัวของผู้ประกอบการที่เข้าใจง่าย พร้อมรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบบ Web Responsive เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานบังคับทั้ง 9 รายการที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ อาทิ หลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ. 1004-2557), ข้อกำหนดปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดถั่วลิสง (มกษ. 4702-2557), การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่ (มกษ. 6909-2562) และฟาร์มสุกร (มกษ. 6403-2565) รวมถึงมาตรฐานล่าสุดอย่างหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อมูลการดำเนินการ หลักสูตรออนไลน์ (e-learning) และช่องทางการขอรับใบอนุญาตไว้อย่างครบถ้วน
นอกจากฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยแล้ว ระบบสารสนเทศนี้ยังออกแบบมาเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกภาคส่วน โดยในส่วนของเกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นคลังข้อมูลในการศึกษามาตรฐานสินค้าเกษตรทั้งแบบบังคับและแบบทั่วไป รวมถึงติดตามสถิติ กฎระเบียบ และสถานการณ์สินค้าพร้อมระบบแจ้งเตือนความไม่ปลอดภัยของสินค้าเกษตรเชิงรุก ขณะที่ในฝั่งของเจ้าหน้าที่และผู้บริหารภาครัฐจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยในการวิเคราะห์และกำกับดูแลคุณภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมาตรฐานสินค้าเกษตรของประเทศให้มีมาตรฐานสากล
“การพัฒนาดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค นำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต” เลขาธิการ มกอช. กล่าว






























