ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติและถวายพระกุศล ภายใต้ชื่องาน “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ โดยงานจัดขึ้น ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศลพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร ข้าราชการ คณะบุคคลจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายและประชาชนเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมถวายความจงรักภักดีน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์บนผืนแผ่นดินไทย ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย ทรงตระหนักว่า “สุขภาวะของประชาชน” คือรากฐานสำคัญสูงสุดในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง ทรงมีพระดำริสถาปนาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ เพื่อให้เป็นสถาบันหลักด้านการศึกษาวิจัย การแพทย์ และการสาธารณสุข ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งยังทรงแสดงให้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถอันเป็นเลิศทั้งในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ การเภสัชกรรม และด้านทัศนศิลป์ โดยทรงผสาน “ศาสตร์” แห่งวิทยาศาสตร์ และ “ศิลป์” แห่งจินตนาการเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดนวัตกรรมและความหวังใหม่แก่ระบบสาธารณสุขของชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในอุดมมงคลสมัยแห่งวันคล้ายวันประสูติ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยามะเร็งมุ่งเป้า “อิมครานิบ ๑๐๐” จำนวน ๖๙๐,๐๐๐ เม็ด แก่ระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการทรงงานด้านเภสัชกรรมด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมโอกาสนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดแถลงปาฐกถาพิเศษเทิดพระเกียรติฯ และการประกาศผลรางวัลเกียรติยศระดับชาติและระดับนานาชาติอันเกี่ยวเนื่องกับวิทยาการแพทย์และสาธารณสุข จำนวน ๒ รางวัลใหญ่ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระปณิธานและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การประกาศผล “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ในช่วงการปาฐกถาหัวข้อ“วิทยาการแห่งพระเมตตา: จากรากฐานพระปณิธานสู่สุขภาวะปวงประชา” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวินรักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รางวัลนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และสืบสานพระปณิธานในการส่งเสริมให้โรงพยาบาลทั่วประเทศพัฒนาการบริการที่มีประสิทธิภาพแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกถิ่นฐาน โดยสรรหาและคัดเลือกหน่วยงานบริการด้านสาธารณสุขและเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ในการอุทิศตนขับเคลื่อนงานด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล เพื่อประโยชน์สุขและความเท่าเทียมทางสุขภาพของประชาชนไทยตามรอยพระปณิธานโดยผลการตัดสินหน่วยงานผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ แบ่งตามประเภทโรงพยาบาล ประเภทที่ ๑ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลเฉพาะทาง-เฉพาะระบบ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับ รพศ. ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี มีความโดดเด่นด้านมิติเครือข่าย การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงประชาชน สามารถเชื่อมโยงบริการไปถึงกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และประชาชนชายขอบ ผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) และการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ถึงบ้านโดยบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ดูแลมืออาชีพอีกทั้งยังมีแบบอย่างที่งดงามของการบูรณาการพลังชุมชนและศรัทธาร่วมกับวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนฝังรากเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนประเภทที่ ๒ โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับ รพท. ได้แก่ โรงพยาบาลปัตตานี ที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทความเชื่อ ศาสนา และวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง มีเครือข่ายภาคประชาชน ผู้นำศาสนา และ อสม. ที่เข้มแข็งผ่านการสร้าง Role model ในการดูแลสุขภาพ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI มาใช้พัฒนา Patient journey ในห้องฉุกเฉิน และการสร้าง flood dashboard เพื่อบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์และกำลังคนได้อย่างทันท่วงทีในยามวิกฤตประเภทที่ ๓ โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับ รพช. ได้แก่ โรงพยาบาลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นการบริการปฐมภูมิที่ยั่งยืน ตอบสนองปัญหาสุขภาพที่เป็นความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและข้อจำกัดด้านความมั่นคงสามารถสร้างความผูกพัน ร่วมแก้ปัญหากับภาคีเครือข่ายระดับอำเภอได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นจุดแข็งที่แสดงถึงหัวใจของการสาธารณสุขเพื่อชุมชน ประเภทที่ ๔ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินีได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นต้นแบบของการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง มีการนำระบบดิจิทัลและการแพทย์ทางไกลมาเชื่อมโยงกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่สามารถนำนโยบายสู่การปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วมีคุณภาพเห็นผลลัพธ์ชัดเจน รวมถึงมีห้องปฏิบัติการและระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตที่สะท้อนถึงการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ครั้งที่ ๓ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกันจำนวน ๒ ท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่และปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็งของโลก ได้แก่ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หวัง เจิ้นอี้ (Professor Wang Zhen-Yi) ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง และศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู (Professor Chen Zhu) อดีตผู้อำนวยการสถาบันโลหิตวิทยาแห่งเซี่ยงไฮ้ และประธานสภากาชาดแห่งประเทศจีน โดยผลงานของศาสตราจารย์ทั้งสองท่าน นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแพทย์ โดยท่านคือผู้ค้นพบและพัฒนาแนวทางการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดโพรไมอีโลไซติก (Acute Promyelocytic Leukemia หรือ APL) ซึ่งในอดีตถือเป็นหนึ่งในมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดที่ร้ายแรงที่สุด ผู้ป่วยมักเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรง โดยมีอัตราการรอดชีวิตเพียงร้อยละ ๓๐-๔๐ เท่านั้น ทว่า ศาสตราจารย์ทั้งสองท่านได้ปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการใช้ กรดวิตามินเอ (All-trans Retinoic Acid หรือ ATRA) ร่วมกับสารหนูออกไซด์ (Arsenic Trioxide หรือ ATO) ซึ่งการค้นพบการรักษาแบบมุ่งเป้าคู่ที่เปลี่ยนแนวคิดจากการทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงแบบดั้งเดิม หรือเคมีบำบัดที่สร้างผลข้างเคียงรุนแรง มาเป็นการสอนหรือกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งที่กลายพันธุ์อันร้ายแรง กลับมาพัฒนาและเปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์ปกติที่ไม่มีพิษต่อเซลล์ (Cytotoxicity) การบำบัดนี้จึงกลายเป็นสูตรการรักษาแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาเคมีบำบัด หรือ Chemotherapy-free ในการรักษามะเร็งที่แพร่กระจายแล้วให้หายขาดได้ โดยมีผลข้างเคียงต่ำมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยโรค APL ในปัจจุบัน มีอัตราการรอดชีวิตและหายขาดสูงถึงร้อยละ ๙๐-๙๕ พลิกโฉมจากโรคที่ร้ายแรงที่สุด ให้กลายเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่สามารถรักษาให้หายขาดได้มากที่สุด และกลายเป็นต้นแบบของ “การแพทย์แม่นยำ” (Precision Medicine) และ “การรักษาแบบมุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ในปัจจุบัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าชื่นชมที่สุดซึ่งสอดคล้องกับพระปณิธานอย่างแท้จริง คือ “จิตวิญญาณแห่งความเสียสละ” โดยศาสตราจารย์ทั้งสองท่านไม่ได้จดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ในการค้นพบนี้เลยซึ่งทำให้ทั่วโลกสามารถผลิตยา ATRA และ Arsenic Trioxide ได้ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างแพร่หลาย คุณสมบัติและการอุทิศตนของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หวัง เจิ้นอี้ และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู จึงเป็นสิ่งยืนยันเด่นชัดถึงความดีงามและคู่ควรอย่างยิ่งต่อการได้รับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ท่านทั้งสองไม่เพียงแต่ใช้ “วิทยาการเพื่อมวลมนุษย์” ในการเอาชนะโรคร้าย แต่ยังยึดมั่นถึงประโยชน์ส่วนรวมเพื่อให้มนุษยชาติสามารถเข้าถึงการรักษานั้นได้อย่างเท่าเทียม
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์อุปถัมภ์มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จะพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๖๘ ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ห้องอัศวินแกรนด์บอลรูม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งทรงเปิดการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ ๓ และรับฟังการแสดงปาฐกถาพิเศษ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระปณิธานในการเผยแพร่และส่งเสริมความรู้ด้านโรคมะเร็งให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฯ จึงได้กำหนดจัดให้มีการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ ๓ ภายใต้หัวข้อTHAILAND AGAINST CANCER AS ONE “Genomic medicine” ต่อเนื่องในวันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในด้านการป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่จะมาแบ่งปันความรู้ เจาะลึกเทคโนโลยีการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics), งานวิจัย และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในอนาคต โดยผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการจะได้รับคะแนนศึกษาต่อเนื่องทางพยาบาลศาสตร์ (CNEU) จำนวน 5.0 หน่วยคะแนน และคะแนนการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ (CME) จำนวน 6.5 หน่วยคะแนน ลงทะเบียนเข้าร่วมงานประชุมวิชาการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่https://princess-chulabhorn-award-3.web.app
การปาฐกถาเทิดพระเกียรติฯในหัวข้อสุดท้าย“วิทยาการสะท้อนความงาม: กล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส พริ้นเซสจุฬาภรณ์” นิรมิตศิลป์จากรังไหมสู่ความวิจิตรแห่งดอกไม้พระนามอันเปี่ยมสิริศิลป์” โดย ดร.ฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์อันงดงามและคุณค่าทางพฤกษศาสตร์ของกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส พริ้นเซส จุฬาภรณ์” (Phalaenopsis Princess Chulabhorn) ดอกไม้ประจำราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและน้ำพระทัยที่แผ่ไพศาล โดยกล้วยไม้สายพันธุ์นี้เป็นลูกผสมระหว่าง Phalaenopsis Rose Miva กับPhalaenopsis Kandy Queen มีลักษณะเด่นคือ ดอกขนาดใหญ่กลีบกว้างกลมมนสีขาวบริสุทธิ์ บริเวณโคนกลีบแต้มด้วยสีชมพูอ่อนและค่อย ๆ จางเรื่อลงจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว ซึ่งความนุ่มนวลวิจิตรนี้เปรียบประดุจดั่งตัวแทนแห่งน้ำพระทัยของพระองค์ที่มีความบริสุทธิ์ อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยความห่วงใยต่อพสกนิกรและมิตรประเทศเสมอมา เพื่อสืบสานน้ำพระทัยและวิทยาการแห่งความงามนั้น โดยได้ส่งต่อมาสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปวัฒนธรรมและการกุศล “นิรมิตศิลป์จากรังไหมสู่ความงามวิจิตรแห่งดอกไม้พระนามอันเปี่ยมสิริศิลป์” ผ่านการจัดกิจกรรมเวิร์กชอปประดิษฐ์เข็มกลัดดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส พริ้นเซส จุฬาภรณ์จากรังไหม ซึ่งได้รับเกียรติจากหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านต้อน อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ แหล่งภูมิปัญญาผ้าไหมชื่อดังของประเทศ มาร่วมนำรังไหมแท้คุณภาพดีมาต่อยอดดัดแปลงด้วยความประณีตอ่อนช้อยโดยผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมทำบุญบริจาคเงินจำนวน ๖๙ บาท สนับสนุนเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส พริ้นเซส จุฬาภรณ์จากรังไหม สมทบทุนมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ หรือเลือกส่งต่อเข็มกลัดที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเองมอบให้แก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปจัดหารายได้สมทบทุนมูลนิธิฯ ต่อไป
โอกาสนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ภายใต้แนวคิด “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ในวาระแห่งการก้าวสู่ “๑ ทศวรรษ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ทั้งนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “Fantasia”สำหรับให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ณ ชั้น ๑ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยเริ่มจัดแสดงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ เป็นต้นไป พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพและร่วมถักทอจินตภาพแห่งการแบ่งปันสยายปีกแห่งความหวังผ่านผลิตภัณฑ์การกุศลคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นและทรงคุณค่าขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ผ่านรากฐานแห่งพระปณิธานที่ทรงสร้างคุณูปการและประโยชน์แก่ประเทศชาติตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา โดยนำเสนอการผสานโลกแห่งศาสตร์ของวิทยาศาสตร์และการแพทย์ และโลกแห่งศิลป์จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ขององค์สิริศิลปินเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมพระเกียรติ “สิริศิลป์จินตภาพ” มิได้หมายถึงเพียงความงดงามของภาพวาดฝีหัตถ์ที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดเท่านั้น แต่คือการสะท้อนถึง“จินตภาพแห่งความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของปวงชน” ที่ทรงมุ่งหวังและรังสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการดำเนินงานและบริการทางการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมาเพื่อความผาสุกที่ยั่งยืนของปวงชนสืบไป เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติทรงเจริญพระชันษา ๖๙ ปี มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์การกุศลคอลเลกชันใหม่ SIRISINLAPIN “Fantasia” ต้อนรับปีม้ามงคล ลายพีกาซัส (Pegasus) ซึ่งเป็นม้าสวรรค์ตามจินตนาการในภาพวาดฝีพระหัตถ์ สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความก้าวหน้า และอิสรภาพ โดยรายได้จากการร่วมบริจาคสนับสนุนผลิตภัณฑ์การกุศลดังกล่าว จะนำไปสมทบทุนเพื่อส่งต่อพลังการรักษา นำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศ และจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยให้แก่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ภายในงานยังได้เติมเต็มจินตภาพแห่งความสุขผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และการส่งต่อสิ่งดี ๆ สู่สังคม อาทิ กิจกรรม Workshop ทางศิลปะ “หลงรัก ปิดทอง” เสือแฟนตาเซีย จากหอศิลป์ทิพย์พิมาน การร่วมบริจาคสมทบทุนและสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระดำริ และการให้บริการสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อาทิ ตรวจวิเคราะห์ธาตุจากทีมการแพทย์บูรณาการ ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจภาวะมวลกระดูก ตรวจสภาพผิวหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพสกนิกรและผู้สนใจร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพในนิทรรศการภาพวาดฝีพระหัตถ์ “Fantasia” และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์การกุศลคอลเลกชันลายภาพวาดฝีพระหัตถ์สุดพิเศษนี้ได้ที่ชั้น ๑ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือและโอกาสทางการรักษาแก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลนตามรอยพระปณิธานสืบไป
ติดตามข่าวสารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ที่ www.cra.ac.th


































