กรมชลฯ ย้ำ..จัดการน้ำตามแผน พร้อมแจ้งประชาชนรับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

0
5288

กรมชลประทาน ย้ำสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศมีปริมาณน้ำในเกณฑ์น้อย ต้องบริหารจัดการตามแผนการใช้น้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ต่างๆ รับทราบถึงข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง 

​

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้ประชาชนได้มีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้ พร้อมกับเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างทั่งถึง ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(20 ม.ค. 63) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 45,416 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 21,608 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,648 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 43ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 3,952 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี2562/2563 (ระหว่าง 1 พ.ย. 62 – 30 เม.ย. 63) เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทาน มีปริมาณน้ำจัดสรรจากอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 17,699ล้าน ลบ.ม.(น้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 7,000 ล้าน ลบ.ม.)  เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำจัดสรรรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้าน ลบ.ม.(น้อยกว่าปีที่แล้ว 3,700 ล้าน ลบ.ม.) ด้านผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั้งประเทศ ปัจจุบัน 20 ม.ค. 63) มีการระบายน้ำตามแผนฯ ไปแล้วจำนวน 7,144 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40 ของแผนจัดสรรน้ำฯ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการระบายน้ำตามแผนฯไปแล้วจำนวน 2,222 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56 ของแผนจัดสรรน้ำฯ

​ทั้งนี้ ได้สั่งการโครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่องด้วยการกำชับเจ้าหน้าที่ให้บริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้อย่างไรเคร่งครัด พร้อมทั้งร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด ในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ประจำไว้ตามจุดเสี่ยงภัยแล้งทั่วประเทศ ที่พร้อมจะเข้าไปสนับสนุนและให้การช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา

จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอใช้ดื่มกินไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า