มกอช. หารือ UNCTAD พลิกโฉมกาแฟไทยสู่ตลาดยั่งยืน ชูคุณภาพ–มาตรฐาน–ตรวจสอบย้อนกลับ รองรับ EUDR

0
76740

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมหารือกับ Mr. Romain PEREZ และ Ms. Claudia Contreras ผู้แทนจากสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ซี่งเป็นผู้ประสานงานหลักของโครงการ Sustainable Coffee Export Strategies and Traceability for a Green, Sustainable, and Inclusive Economy in Asia เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับกาแฟไทยให้เป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับ และสอดคล้องกับทิศทางการค้าสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) โดยมีนางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการ มกอช. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจาก มกอช. และ กวก. เข้าร่วม เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุม 111 มกอช.

ในการหารือ ผู้แทน มกอช. ได้นำเสนอแนวทางการยกระดับมาตรฐานการผลิตและผลิตภัณฑ์สินค้ากาแฟไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อขับเคลื่อนสู่ตลาดสากล โดย EUDR จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญให้การพัฒนากาแฟไทยตั้งแต่แหล่งผลิต การควบคุมคุณภาพ การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ กาแฟไทยถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ด้วยจุดแข็งด้านอัตลักษณ์แหล่งผลิตและโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย อาทิ มาตรฐานเมล็ดกาแฟอะราบิกา มาตรฐานเมล็ดกาแฟโรบัสตา และมาตรฐานเมล็ดกาแฟคั่วและกาแฟคั่วบด ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของกาแฟไทยในตลาดโลกโดยเฉพาะสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าและบริโภคกาแฟที่สำคัญของโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ ผู้แทน UNCTAD ได้ชื่นชมแนวทางการดำเนินงานด้าน EUDR ของไทย โดยเฉพาะความพยายามในการพัฒนาระบบข้อมูล ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ และการเตรียมความพร้อมของภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนของตลาดโลก ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตกาแฟพรีเมียมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและพร้อมขับเคลื่อนการค้ากาแฟที่ยั่งยืนร่วมกับประชาคมโลก และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานด้านกาแฟภายใต้ความร่วมมือและการสนับสนุนของ UNCTAD ในอนาคตอันใกล้นี้จะประสบผลสำเร็จ และสามารถต่อยอดไปสู่การขยายโอกาสทางการค้ากาแฟไทยในตลาดสหภาพยุโรปได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม