วันนี้ (2 พฤษภาคม 2569) ที่จังหวัดสุโขทัย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำยม โดยมี นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย นายโชค พรินทรากูล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปแผนงานการบริหารจัดการน้ำ ณ ห้องประชุมสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้รายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำยม เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ได้แก่
โครงการปรับปรุงคลองยม–น่าน จังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันมีความก้าวหน้าร้อยละ 65 ประกอบไปด้วยการปรับปรุงคลองระบายน้ำรวมระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างอาคารประกอบ เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากแม่น้ำยมได้สูงสุดถึง 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขตตัวเมืองสุโขทัย และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยม จะช่วยป้องกันพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมรวมกว่า 170,189 ไร่ ในเขตอำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรง และอำเภอเมืองสุโขทัย รวมทั้งเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตร ช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายในการพัฒนาระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างรอบด้าน ตาม 5 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย) ในด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคให้เหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันในแต่ละลุ่มน้ำ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการเติมน้ำในเขื่อนหลัก แหล่งกักเก็บน้ำในชุมชน การจัดการข้อมูลน้ำแม่นยำ ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และได้เน้นย้ำให้ กรมชลประทานร่วมบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม กับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกของโครงการฯอย่างทั่วถึง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรและชาวสุโขทัยให้ดีขึ้น































