นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้มอบหมายให้ นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผู้อำนวยการกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด ได้ร่วมมือกับสำนักงานเกษตรและเกษตร-อาหาร ประจำภูมิภาคอินโดแปซิฟิกของแคนาดา (IPAAO) จัดสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “ระบบการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร กระบวนการนำเข้า และระบบการเรียกคืนของประเทศแคนาดา: บทเรียนสำหรับประเทศไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบกำกับดูแลความปลอดภัยอาหารที่ได้มาตรฐานระดับโลก รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ไทย
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ มกอช.ได้มอบหมายให้ นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผู้อำนวยการกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Nitin Verma ที่ปรึกษาฝ่ายเกษตรและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับภูมิภาคจาก IPAAO พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารของแคนาดา (CFIA) ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการทำงานจริง ตั้งแต่กรอบการประเมินความเสี่ยง กระบวนการนำเข้าสินค้า ตลอดจนแนวทางการสืบสวนและระบบการเรียกคืนสินค้าเมื่อพบข้อบกพร่อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องในโซ่อุปทานอาหารของไทยสามารถเชื่อมโยงกฎระเบียบสากลเข้ากับการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมในการขยายตลาดสู่ประเทศแคนาดาอย่างเป็นระบบ
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารไทยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยในเวทีการค้าโลก โดยที่ผ่านมา มกอช. และ IPAAO ได้มีการหารือเชิงเทคนิคมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567-มกราคม 2568 เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของแคนาดา โดยมีหน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวงเกษตรและเกษตร-อาหารของแคนาดา (AAFC) และ CFIA ให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังถือเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายสำคัญของอาเซียนที่แคนาดาให้ความสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดา (ACAFTA) ซึ่งข้อมูลการค้าระหว่างประเทศล่าสุดในปี 2568 (จนถึงเดือนตุลาคม) พบว่าสินค้าส่งออกหลักจากไทยไปแคนาดา ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทูน่าแปรรูป ข้าวหอมมะลิ และผลิตภัณฑ์ไก่เตรียมสำเร็จ ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าเกษตรสำคัญจากแคนาดา อาทิ ข้าวสาลีดูรัม ถั่วเหลือง และผักแห้ง
“การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มกอช. ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาความร่วมมือเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการกำกับดูแลให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบการค้าโลก อันจะเป็นรากฐานในการสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดโลกอย่างยาวนาน” เลขาธิการ มกอช. กล่าว































