กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลตรวจอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร 4 กลุ่มที่อาจมีการใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนหรือไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ ได้แก่ ไขมันและผลิตภัณฑ์ เบเกอรี่ ขนมปังขาว ขนมปังโฮลวีต และขนมขบเคี้ยว พบในปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO กำหนดไว้ ทั้งนี้จะดำเนินการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค



สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้กำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลไขมันทรานส์ ในผลิตภัณฑ์อาหาร โดยออกเป็น “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหาร ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย” ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย รวมถึงการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย ทั้งนี้ไม่ได้ห้ามการตรวจพบไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากอาจมีการใช้วัตถุดิบที่มีไขมันทรานส์ตามธรรมชาติ เป็นส่วนประกอบ
.
นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่การบริโภคไขมัน โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ในปริมาณมากอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีจึงควรบริโภคไขมันในปริมาณน้อยตามความเหมาะสมของกลุ่มวัย อีกทั้งก่อนซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้บริโภคควรอ่านฉลากเพื่อจะได้ทราบส่วนผสมของวัตถุดิบที่ใช้ผลิตและทราบปริมาณไขมันที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคจึงไม่ต้องตื่นตระหนกในเรื่องดังกล่าว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการเฝ้าระวังปริมาณไขมันทรานส์ในอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค























