ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผนึกพลังแพทย์–เทคโนโลยี–เครือข่าย รณรงค์คนไทยเช็กสมดุลลำไส้ สกัดกั้นภัยเงียบมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชูการป้องกันคือหัวใจสำคัญ ในแคมเปญ “ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร…เพื่อคนไทย ลำไส้ต้องดี” ซีซัน 2

0
75639

กรุงเทพฯ (27 มีนาคม 2569) – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพ “ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร… เพื่อคนไทย ลำไส้ต้องดี” ซีซัน 2 เนื่องในเดือนมีนาคมเป็นเดือนรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุม CONVENTION ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้เรื่องสมดุลลำไส้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพองค์รวมและการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งในประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 15,000–16,000รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณวันละ 15 ราย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวถึงการจัดกิจกรรมบริการทางวิชาการสุขภาพเพื่อร่วมรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง โดยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคพร้อมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง และการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และได้รับคำปรึกษาจากทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อนำไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก ลดความรุนแรงของโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายบริษัท ดัชมิลล์ จำกัด และมหาวิทยาลัยศรีปทุมในการร่วมกันผลักดันการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพลำไส้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของประเทศ

ชู ลำไส้เป็นศูนย์กลางสุขภาพ ตอกย้ำภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย

นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดยจัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การบริโภคอาหารแปรรูป โรคอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังพบแนวโน้มในกลุ่มอายุน้อยเพิ่มขึ้น

มะเร็งลำไส้ใหญ่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการรักษาเมื่อโรคลุกลามแล้ว“สุขภาพลำไส้” มีบทบาทสำคัญต่อความเสี่ยงของโรค โดยการมีสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้สามารถช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งได้ ทั้งนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันและตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ การปรับพฤติกรรมสุขภาพ และการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในระยะยาว นพ.วรวัฒน์ กล่าว

เจาะลึกภัยเงียบและการคัดกรอง โดยทีมแพทย์อายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดย พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ ชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็น “ภัยเงียบ” ระยะแรกไม่แสดงอาการ การคัดกรองจะช่วยตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสรักษาหายโรคมักเริ่มจาก “ติ่งเนื้อ” ที่สามารถตรวจพบและตัดออกได้ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง  ย้ำการคัดกรองไม่เพียงช่วยรักษา แต่ยัง “ป้องกัน” การเกิดมะเร็งได้ ด้าน นพ.วรุตม์ ต.ศรีวงษ์แนะนำกลุ่มทั่วไปเริ่มคัดกรองที่อายุ 45–50 ปี ส่วนผู้มีประวัติครอบครัวควรตรวจเร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือก่อนวัยที่ญาติสายตรงเป็นโรค 10 ปี และ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด ควรพบแพทย์ทันที และ นพ.สพล เทพวิวัฒน์จิต ระบุวิธีคัดกรองหลัก 3 วิธี ได้แก่ ตรวจอุจจาระ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การส่องกล้องมีความแม่นยำสูงสุด และสามารถตัดติ่งเนื้อได้ทันที แนะนำความถี่การตรวจ: อุจจาระทุกปี, CT ทุก 5 ปี, ส่องกล้องทุก 10 ปี ย้ำมะเร็งลำไส้ใหญ่ “ป้องกันได้เกือบ 100%” หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ปลูกฝังนิสัยลำไส้ที่ดี” ด้วยสมดุลจุลินทรีย์ กุญแจป้องกันโรคในระยะยาว

นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล กล่าวถึงแนวคิด “3 องค์ประกอบของสุขภาพลำไส้” ได้แก่ Prebiotic, Probiotic และ Postbiotic ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศในลำไส้ ชี้ Probiotic เป็นจุลินทรีย์ดีที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและสร้างสารอาหารที่จำเป็น เช่น กรดไขมันสายสั้นและวิตามินบางชนิด ระบุลำไส้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการทำงานของหลายอวัยวะ เช่น ตับ สมอง และหัวใจแนะนำการบริโภคใยอาหารจากผัก ผลไม้ และธัญพืช เพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลในลำไส้อย่างยั่งยืน

นพ.สิทธิกร ปภาวิน ชี้ “ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ลำไส้ (Dysbiosis)” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่นำไปสู่การอักเสบเรื้อรังและการสร้างสารทำลาย DNA จนเกิดมะเร็ง และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันระบุพบรูปแบบจุลินทรีย์ที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยมะเร็ง เช่น แบคทีเรียบางชนิดเพิ่มขึ้น ขณะที่จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ลดลง  การดูแล microbiome ควรเน้นพฤติกรรมสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม มากกว่าการพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมเพียงอย่างเดียว

พญ.กันต์สุดา ปัญจชัยพรพลผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แพทย์อายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ แนะนำการใช้ Probiotic ในชีวิตประจำวันว่า เพื่อการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ เริ่มจากอาหารธรรมชาติ เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว และอาหารหมัก พร้อมรับประทานใยอาหาร (Prebiotic) ควบคู่  ชี้ Probiotic ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ปรับสมดุลลำไส้ และลดปัญหาท้องผูกหรือท้องเสีย พร้อมเตือนการเลือกผลิตภัณฑ์ต้องเหมาะสมกับสายพันธุ์ และผู้ป่วยบางกลุ่มควรปรึกษาแพทย์ก่อนโดยย้ำแนวคิดสำคัญว่า “สุขภาพลำไส้ที่ดีเริ่มจากการใช้ชีวิตที่สมดุล” ได้แก่ การนอนอย่างเพียงพอ กินอาหารหลากหลาย เพิ่มผักผลไม้ และลดอาหารแปรรูป โดย Probiotic เป็นเพียงตัวช่วยเสริมเท่านั้น

กระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยีและการแพทย์แม่นยำโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ

พญ.ชญานี สำแดงปั้น แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์มะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เผยแนวทางการรักษาสมัยใหม่ว่า การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันเป็นการดูแลแบบบูรณาการ โดยทีมแพทย์หลายสาขาร่วมกันวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล รวมถึงการใช้ยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียง รวมถึงเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องและหุ่นยนต์ที่ช่วยให้แผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว ด้าน พญ.สิรี วงศ์รักมิตร แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โภชนศาสตร์คลินิก เน้นบทบาทของโภชนาการว่า  โภชนาการไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ผู้ป่วยต้องได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ลดผลข้างเคียง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ขณะที่ พญ.ไพรินทร์ เลาหสินณรงค์ รักษาการหัวหน้างานเวชศาสตร์ฟื้นฟู ระบุว่าการออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ได้ถึง 20–30% และพัฒนาคุณภาพชีวิตระหว่างการรักษา

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์ “Virtual Colon Adventure” โดยมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นำเทคโนโลยี VR 360 องศา มาให้ประชาชนได้สำรวจลำไส้เสมือนจริง เรียนรู้การทำงานของลำไส้และสัญญาณผิดปกติภายในลำไส้ใหญ่ พร้อมโซนประเมินความเสี่ยง “Quiz Zone” และ “Safe Zone” โดยให้คำปรึกษาเรื่องพฤติกรรมเสี่ยง มะเร็งลำไส้ใหญ่ แนะนำการออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีบูผลิตภัณฑ์การกุศลจากมูลนิธิศรีสวางควัฒนในพระอุปถัมภ์ ฯ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง และพันธมิตรต่าง ๆเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขภาพอย่างครบวงจร การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการยกระดับความรู้ด้านสุขภาพของประชาชน และผลักดันให้การป้องกันโรคเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็น ภัยเงียบที่สามารถป้องกันและรักษาได้