สหกรณ์โคนมฯไชยปราการ เชียงใหม่ ผนึกกลุ่มดัชมิลล์ (ประเทศไทย)ผุด 3 ผลิตภัณฑ์นมพรีเมี่ยมหวังแชร์ส่วนแบ่งตลาด 6 พันล้าน

0
75269
สหกรณ์โคนมฯไชยปราการจับมือกลุ่มดัชมิลล์(ประเทศไทย) แปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากนมเกรดพรีเมี่ยม “ชีส ครีมแท้และกรีกโยเกิร์ต” หวังแชร์ส่วนแบ่งตลาดมูลค่า 6 พันล้านต่อปี และช่วยระบายน้ำนมดิบส่วนเกินในระบบ

จากการที่นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่ เยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด ในอ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ในฐานะสหกรณ์ต้นแบบ ที่บริหารจัดการน้ำนมดิบครบวงจร และชื่นชมการจัดการฟาร์มได้ดีเยี่ยม ส่งผลให้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสหกรณ์อีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือที่ผลิตน้ำนมดิบมีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทยเทียบชั้นนมฮอกไกโดของญี่ปุ่น
นายวิเชียร สันกาวี ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด กล่าวรายงานตอนหนึ่งต่อที่ประชุมร่วมระหว่างผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรรมการสหกรณ์ฯ และบริษัทเอกชนคู่ค้าสหกรณ์ “พวกเราเก่งผลิต แต่ยังไม่เก่งด้านการตลาด”

ปัจจุบันสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด ผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ย 94.54 ตัน/วัน จำหน่ายให้กับลูกค้าบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่ลงนามใน MOU ปีต่อปี เฉลี่ยอยู่ที่ 90 ตันต่อวัน น้ำนมดิบประมาณ 4.54 ตัน/วัน สหกรณ์นำมาผลิตนมพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ ตรานมโรงเรียน ส่งให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และนมดิบส่วนเกินจากสิทธินมโรงเรียนก็นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มจำหน่ายในร้านนมหน้าฟาร์มของสหกรณ์ฯ
“วันนี้เรามีโคนมอยู่ประมาณ 1.8 หมื่นตัว จากสมาชิกที่เลี้ยงโค 217 ราย ถ้าจะผลิตน้ำนมดิบเต็มศักยภาพ จะอยู่ที่ 100-120 ตัน/วัน แต่ทุกวันนี้เราผลิตตามโควตาเท่านั้น เพื่อป้องกันน้ำนมดิบล้นตลาด” นายวิเชียรเผย และได้เตรียมการนมส่วนเกินหากมีการผลิตน้ำนมดิบเต็มศักยภาพด้วยการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มเติมอีก 3 ผลิตภัณฑ์ นอกจากนมพาสเจอร์ไรส์ที่ผลิตอยู่ทุกวันนี้ ได้แก่ ชีส ครีมแท้ และกรีกโยเกิร์ต ซึ่งขณะนี้ได้ทดลองทำมาระยะหนึ่งแล้ว โดยใช้น้ำนมดิบผลิตเฉลี่ย 40 กิโลกรัม/วัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิด มีจำหน่ายที่ร้านนมหน้าฟาร์มและส่วนหนึ่งก็ส่งให้กับห้องอาหารโรงแรมในจังหวัดเชียงราย


“ทุกวันนี้เราใช้หม้อต้ม ใช้น้ำนมดิบเฉลี่ยวันละ 40 กิโล วันนี้เราก็ทำได้แค่นี้ ส่วนแผนการต่อไป เราจะจัดสรรน้ำนมส่วนเกินวันละ 5 ตันสำหรับการผลิตทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์นี้ ชีส ครีมแท้และกรีกโยเกิร์ต โดยโรงงานที่กำลังจะสร้างใหม่จะเชื่อมต่อกับโรงงานพาสเจอร์ไรส์ ที่ผ่านมาตรฐาน อย. และ GMP แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบโรงงาน ห้องผลิต รวมถึงเครื่องจักรในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องทำโยเกิร์ต เครื่องแยกครีม เครื่องบ่มชีส ตู้เย็นเก็บวัตถุดิบแบบและอื่น ๆ จะสั่งตรงจากเยอรมัน เป็นเทคโนโลยีการผลิตทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ตอนนี้ลองคำนวณค่าก่อสร้างคร่าว ๆ ตกอยู่ที่ราว 2.54 ล้านบาท โดยมีกลุ่มบริษัทดัชมิลล์จะเป็นที่ปรึกษาและหาช่องทางการตลาดให้ เพราะเรา ไม่ถนัดด้านนี้” ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมฯ ระบุ

นายวิทยา สายลังกา ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ดัชมิลค์ (ประเทศไทย) จำกัดและผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมหรือมิลค์บอร์ดสัดส่วนภาคเอกชน กล่าวยอมรับว่าสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท ทุกวันนี้บริษัทรับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมฯไชยปราการกว่า 72 % หรือกว่า 74 ตันต่อวัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

“จากเดิมที่เน้นรับน้ำนมดิบในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้เป็นหลัก ตอนนี้เปลี่ยนมารับน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมไชยปราการเพิ่มขึ้น เพราะเชื่อมั่นน้ำนมที่นี่มีคุณภาพสูง มีเปอร์เซนต์ไขมันไม่น้อยกว่า 3.7 % และโปรตีนมากกว่า 3.4 % หรือเทียบชั้นนมฮอกไกโดของญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นนมคุณภาพดีที่สุด”นายวิทยาระบุ

ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ดัชมิลค์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยต่อว่านอกจากรับซื้อน้ำนมดิบแล้ว ในอนาคตมีแผนร่วมกับทางสหกรณ์ฯในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ได้แก่ ชีส ครีมแท้และกรีกโยเกิร์ต เนื่องจากชีสครีมแท้และ กรีกโยเกิร์ตเกรดพรีเมี่ยมยังไม่มีการผลิตในประเทศไทย จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียว

“เฉพาะครีมชีสครีมแท้ มีมูลค่าการตลาดมากถึง 6,000 ล้านต่อปี ถ้าสหกรณ์ฯผลิตเองได้ก็จะมาช่วยแชร์ ส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ได้ ล่าสุดผมเพิ่งไปร่วมประชุมกับทางสมาคมโรงแรม ร้านอาหารใน จ.เชียงราย เขาก็ยืนยันว่าพร้อมรับซื้อครีมชีสแท้ เกรดพรีเมี่ยมและกรีกโยเกิร์ต เพื่อป้อนครัวของโรงแรม ร้านอาหารเขา แต่วันนี้เรายังผลิตให้เขาไม่ได้”นายวิทยาเผย

ล่าสุดจากการประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำนมดิบไม่มีแหล่งจำหน่าย ที่มีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ช่วงท้ายการประชุมนายวิณะโรจน์ ได้เน้นย้ำกับสหกรณ์โคนมต่าง ๆ ว่าต้องหันมามุ่งเน้นการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากนมให้มากขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มตลาดโรงแรม รีสอร์ทและ ร้านอาหาร ทั้งยังจะช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดอีกทางหนึ่ง