มกอช. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรปลอดภัย เปิดโครงการพัฒนาต้นแบบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรผลิตภัณฑ์กาแฟ (มกษ.) มุ่งเป้ายกระดับโรงสีและโรงคั่วทั่วประเทศสู่มาตรฐานสากล ISO/IEC 17065 พร้อมหนุนนโยบาย IGNITE THAILAND

0
74741

นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้ดำเนินกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรปลอดภัย เพื่อผลักดันให้กาแฟไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเกษตรและอาหารของโลก ผ่านโครงการพัฒนาต้นแบบการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคตั้งแต่ต้นน้ำจ้าถึงปลายน้ำ โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโรงสีและโรงคั่วกาแฟนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติจริงเพื่อขอรับการรับรองผลิตภัณฑ์ (Product Certification) ตามระเบียบปฏิบัติใหม่ที่ มกอช. ประกาศกำหนดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตรอาหารสดและแปรรูป โดยมีเป้าหมายนำร่องใน 3 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่ มกษ. 5700 เมล็ดกาแฟโรบัสตา, มกษ. 5701 เมล็ดกาแฟอะราบิกา และมาตรฐานเมล็ดกาแฟคั่วและกาแฟคั่วบดที่กำลังเตรียมประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆ นี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน


สำหรับการดำเนินงานในระยะแรก มกอช. มุ่งเน้นไปที่การทวนสอบระบบคุณภาพและสร้างหน่วยงานต้นแบบที่มีความพร้อมอย่างน้อย 1 แห่ง โดยจะคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจากเกณฑ์ความพร้อม 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย ความสอดคล้องกับนโยบายบริหาร สถานที่ผลิตที่ต้องผ่านเกณฑ์ GMP หรือมีแผนขอรับรอง มกษ. ที่ชัดเจน บุคลากรต้องมีความเข้าใจในข้อกำหนด และมีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมิน ซึ่งสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการพัฒนาอย่างเข้มข้นผ่านทีมที่ปรึกษามืออาชีพ ตั้งแต่การวิเคราะห์ช่องว่างของระบบ (Gap Analysis) การจัดทำเอกสารต้นแบบตามระบบสากล ISO ไปจนถึงการวางแผนควบคุมการผลิตและการชักตัวอย่าง เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดก่อนการยื่นขอการรับรองจริง

รองเลขาธิการ มกอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาต้นแบบในครั้งนี้ยังมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย IGNITE THAILAND และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q (Q Restaurant) เพื่อส่งเสริมให้ตลาดร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 93 ของตลาดกาแฟคั่วบดในประเทศ ได้เข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง โดยกระบวนการรับรองนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17065 ที่อนุญาตให้สินค้าที่ผ่านเกณฑ์สามารถแสดง “เครื่องหมาย Q” เพื่อการันตีคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมกาแฟไทยครบวงจร ตั้งแต่เมล็ดกาแฟสารไปจนถึงกาแฟคั่วบดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานสากล สามารถยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบตามที่โครงการกำหนด เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับกาแฟไทยในระดับสากลต่อไป