นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 พร้อมด้วยนายทนงศักดิ์ มูลใจตา หัวหน้าฝ่ายวิศกรรม นายสุปัญญา กาญจนธีรวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน นายเอกชัย สำเนียงใหม่ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 และผู้เกี่ยวข้อง นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนพระราม 6 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


จาก 100 ปีที่ผ่านมา เขื่อนพระราม 6 ไม่เพียงสะท้อนการเป็นต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนที่จะส่งต่อสู่การพัฒนาระบบชลประทานไทยในศตวรรษที่สองต่อไป ล่าสุด คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) เตรียมส่ง “เขื่อนพระราม 6” ให้คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการชลประทานและการระบายน้ำ (ICID) พิจารณาขึ้นทะเบียนประกวดเข้ารับรางวัลอาคารชลประทานมรดกโลกในการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างครั้งที่ 76 ระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน พ.ศ.2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

นายสพลดนัย ทิพย์บุตร นักเรียนชั้น ม.4 และ นายสุชิน ดวงแก้ว นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนท่าหลวงวิทยานุกูล กล่าวว่า เขื่อนพระราม 6 เป็นเขื่อนทดน้ำ และปล่อยน้ำในช่วงฤดูแล้ง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งน้ำใช้ทำการเกษตร ปลูกข้าว ซึ่งน้ำจากเขื่อนมีประโยชน์กับเรามาก ถือเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับชุมชนนำไปใช้ในครัวเรือน ทั้งนี้ ขอขอบคุณกรมชลประทานที่ สร้างเขื่อนพระราม 6 ขึ้นมา และยังมีการพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้เขื่อนแห่งนี้ยังทำงานอยู่ จนถึงปัจจุบันอายุ 100 ปีแล้ว ขอบคุณอย่างมากยังคงให้เขื่อนแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวบ้าน

“ผมภูมิใจอย่างมาก ที่เรามีเขื่อนพระราม 6 ซึ่งมีอายุเป็น 100 ปีแล้ว และยังเป็นปราการให้เยาวชนรุ่นหลัง ได้มีแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ตลอดไป ต้องขอบคุณหน่วยชลประทานในการสานต่อ มีระบบการจัดการที่ดี บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี” เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน กล่าว





























